รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ วางพื้นฐานและปัจจัยเร่งให้เกิดการปฏิรูปทั้งภาคการเมืองและภาคสังคม ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙)
มีเป้าหมายหลักเพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศระยะยาวให้สามารถพึ่งตนเองได้ จึงมุ่งพัฒนาคุณภาพของประชากร คนไทยทุกคนมีคุณภาพเพิ่มขึ้นทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา รวมทั้งมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมในทุกช่วงวัย คุณภาพการศึกษาได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานสากล ต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรมและโอกาสการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น และแนวทางการพัฒนา
เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในมิติต่างๆ เพื่อให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน โดยนำทุนของประเทศที่มีศักยภาพมาใช้ประโยชน์อย่างบูรณาการและเกื้อกูลกัน พร้อมทั้งเสริมสร้างให้แข็งแกร่งเพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศที่สำคัญได้แก่ การเสริมสร้างทุนสังคม ทุนมนุษย์ ทุนทางวัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและสังคมไทยสู่สังคมคุณภาพ และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง โดยใช้ภูมิปัญญาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
ปัจจุบันวิทยาการต่างๆ เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับวันจะมีบทบาทในการดำเนินชีวิต การทำงาน การประกอบอาชีพของมนุษย์มากยิ่งขึ้น เด็กและเยาวชนไทยจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เพื่อสามารถใช้ในหลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ วิจารณ์ การตัดสินใจบนเหตุและผล การรู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกัน และการให้ความสำคัญแก่การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข เอาตัวรอด เติบโตและอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมยุคใหม่ ซึ่งมีการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมสูง